ผู้ผลิตและจำหน่าย เครื่องบันทึกเวลา สแกนลายนิ้วมือ TAFF - มาสเตอร์เทค อินเตอร์เนชั่นแนล
สอบถาม โทร. 02 952 7280-3

ข่าวสารและกิจกรรม

  • ข้อควรพิจารณาในซื้อเครื่องสแกนลายนิ้วมือ



    May 25,2017


    แน่นอนว่า ระบบบันทึกเวลาและควบคุมการเข้าออก ด้วยลายนิ้วมือ หรือ เครื่องสแกนลายนิ้วมือเป็นระบบทำงานที่จะช่วยประหยัดรายจ่าย ในการทำบัตรพนักงาน ลดข้อโต้แย้งในการบันทึกเวลาของพนักงาน หรือ ป้องกันการทุจริตการตอกบัตรลงเวลาแทนกันของพนักงาน คำตอบของหลายๆวัตถุประสงค์ นอกเหนือจากยังจะเป็นการยกระดับประสิทธิภาพการทำงานช่วยลดงานและภาระต่างๆของผู้ดูแลระบบลงไปได้อีกด้วย ซึ่งโดยแนวคิดถือว่าเป็นแนวคิดที่ดีและถูกต้อง แต่ผลลัพธ์ที่ได้อาจไม่ประสบผลเหมือนแนวคิด ดังนั้นปัจจัยสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามในการวางระบบนั่นก็คือ

    “การพิจารณาเลือกซื้อเครื่องสแกนลายนิ้วมือ”

    การเลือกซื้อที่ผิดพลาดทำให้มีผู้ใช้จำนวนมากใช้งาน ไม่ได้ผลอย่างที่คาดการณ์ แทนที่เมื่อนำระบบเข้ามาใช้ภายในองค์กรแล้ว จะช่วยลดภาระงานและ ลดค่าใช้จ่ายให้กับองค์กร กลับกลายเป็นการเพิ่มปัญหาต่างๆ การตัดสินใจเลือกซื้อเครื่องสแกนลายนิ้วมือเบื้องต้นควรพิจารณาคุณสมบัติต่างๆดังต่อไปนี้

    1. การเลือก ซื้อเครื่องสแกนลายนิ้วมือ โดยวิเคราะห์จากการใช้งานเป็นหลัก

    การเลือก ซื้อเครื่องสแกนลายนิ้วมือ ในรูปแบบลักษณะเช่นนี้แล้ว จะยึดหลักของการนำไปใช้งานเป็นหลัก อาทิเช่น วัตถุประสงค์ในการทำงาน เพื่อบันทึกข้อมูลด้วยลายนิ้วมือ ใบหน้า บัตรคีย์การ์ด และรหัสผ่าน และต้องการติดตั้งตามแต่ละสาขา ผู้ใช้งานจำเป็นต้องเลือกเครื่องสแกนลายนิ้วมือที่มีความสามารถในการโอนเวลาเข้างาน จากสาขามายังสำนักงานใหญ่ผ่านระบบอินเตอร์เน็ตได้ หรือการนำไปใช้งานเพื่อควบคุมประตูเข้าออก ผู้ใช้งานจะต้องเลือกเครื่องที่รองรับการเชื่อมต่อกับชุดแม่เหล็กไฟฟ้าสำหรับการควบคุมประตู เป็นต้น การเลือกซื้อเช่นนี้จะทำให้ได้สินค้าที่ตรงกับความต้องการ เพราะผู้ซื้อจะมองหาสินค้าที่ตอบโจทย์การใช้งานเป็นหลัก หากทำการเลือกเครื่องที่ไม่ตรงกับความต้องการแล้วนำไปประยุกต์ใช้งาน โดยการดัดแปลงรูปแบบเพื่อให้ได้ตรงกับความต้องการ บางครั้งก็อาจจะไม่เหมาะสมเนื่องจากสินค้านั้นๆ ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้งานในลักษณะที่นำไปใช้ อาจทำให้เกิดความเสียหายตามมาภายหลังได้

    2. ความเร็วในการอ่านลายนิ้วมือ

    เมื่อมีผู้ใช้จำนวนมากขึ้น ปัจจัยในการพิจารณาหัวอ่านก็เปลี่ยนไป เพราะถึงแม้จะใช้เทคโนโลยีของหัวอ่านสแกนลายนิ้วมือที่ดีกว่า เช่น หัวอ่านลายนิ้วมือชนิดตัวเก็บประจุ แต่ก็เหมาะกับระบบที่มีจำนวนผู้ใช้เฉพาะกลุ่มจำนวนน้อย ไม่จำเป็นต้องพิจารณาถึงปัจจัยความเร็วในการใช้งาน แต่หากต้องใช้กับผู้ใช้จำนวนมากและต้องการความเร็วในการเคลียร์คนเครื่องที่ทำงานได้ช้าจะไม่เหมาะสม โดยปกติความเร็วในการสแกนของเครื่อง ที่ใช้ในระบบบันทึกเวลาการทำงานและ ควบคุมการเข้าออกของคนจำนวนมากไม่ควรใช้เวลาในการ Verifyลายนิ้วมือและแสดงผลเกิน 2 วินาที/คน ซึ่ง ความเร็วของเครื่องสแกนลายนิ้วมือ ขึ้นกับ กับ คุณสมบัติต่างๆของตัว เครืองสแกนนิ้ว แต่ละรุ่นซึ่งมักจะระบุอยู่ใกล้เคียงกันที่ 1-2 วินาที แต่ข้อเท็จจริงก็คือยิ่งเพิ่มจำนวนผู้ใช้ลงในเครื่องมากขึ้น เครื่องจะทำงานช้าลงเพราะเป็นการตรวจสอบแบบ 1:N

    3. หน่วยความจำ

    จำนวนลายนิ้วมือที่รองรับ และ จำนวน logs ที่เก็บบันทึกได้ จำนวนลายนิ้วมือ และ จำนวนข้อมูล logs ที่บันทึกได้ ขึ้นกับขนาดของหน่วยความจำของเครื่อง โดยเครื่องขนาดเล็กจะสามารถบันทึกลายนิ้วมือได้ตั้งแต่ 500-1,500 ลายนิ้วมือ บันทึกข้อมูล 30,000 ถึง 50,000 รายการ ขณะที่ เครื่องสแกนนิ้ว รุ่นที่มีขนาดใหญ่จะรองรับข้อมูลลายนิ้วมือผู้ใช้ได้ตั้งแต่ 3,000 ถึง 10,000 ลายนิ้วมือขึ้นไป และ เก็บบันทึก logs ได้ 100,000 ถึง 200,000 รายการ ดังนั้นจึงต้องพิจารณารุ่นที่มีหน่วยความจำเหมาะสมกับขนาดการใช้งาน

    4. วัสดุทีใช้ในการผลิตอุปกรณ์

    พิจารณาว่าแข็งแรง ทนทานหรือไม่ เช่น วัสดุที่ใช้ในการทำหัวอ่านที่ทำจากผลึก ควอทซ์ ย่อมทนทานกว่าหัวอ่านที่ทำจาก ผลึกแก้ว หรือ หัวอ่านที่มีโพลีเมอร์เคลือบ วัสดุที่ใช้ทำ Body ของตัวเครื่องควรทำจาก พลาสติก ABS ที่มีความเหนียวทนทาน เหนียว ไม่เปราะแตกหักง่าย เป็นต้น

    5. Software

    ส่วนสำคัญที่ต้องพิจารณาอย่างละเอียดของระบบคือ โปรแกรมที่มากับตัวเครื่อง ต้องดูว่ามีฟังก์ชั่นเหมาะสมครบครันกับการใช้งานและตรงกับวัตถุประสงค์ที่ต้องการหรือไม่ เช่นหากนำไปใช้กับระบบเล็ก หรือ ธุรกิจ SME ควรเลือกเครื่องสแกนนิ้ว ที่มีโปรแกรม Time Attendance Management เบื้องต้นติดมาด้วย เพราะโปรแกรมสำเร็จรูปนี้โดยมากมักฟรีมากับตัวเครื่อง และ สามารถใช้กำหนดกะการทำงานที่ไม่ซับซ้อนมาก และ คำนวณ สถิติ ขาด ลา มาสาย ชั่วโมง OT ให้เบ็ดเสร็จ หรือ หากต้องการคำนวณออกมาเป็นค่าแรงอย่างง่ายก็ควรพิจารณาเครื่องรุ่นทีสนับสนับสนุนการทำงานแบบ E-Clocking Application ที่สามารถดึงข้อมูลจากเครื่อง เข้า Microsoft Excel แล้วคำนวณออกมาเป็นค่าแรงอย่างง่ายได้ทันที หรือ หาก ติดตั้งใช้งานเป็นระบบใหญ่ ก็ต้องพิจารณาถึง Software ที่สนับสนุนการทำงานแบบ Network และ รองรับฐานข้อมูลชนิด My SQL , SQL Server ,Oracle และสามารถเชื่อมต่อกับโปรแกรม Payroll ได้ เป็นต้น

    6. Payroll Inter-face

    หากต้องการใช้เครื่องสแกนร่วมกับโปรแกรมคำนวณเงินเดือน (Payroll) อาจต้องพิจารณาเพิ่มเติมว่าเครื่องรุ่นนั้นๆใช้กับโปรแกรมคำนวณเงินเดือนขององค์กรที่มีอยู่แล้วได้หรือไม่ ซึ่งโดยปกติจะพิจารณาจากรูปแบบของ File ที่ส่งออกมาจากโปรแกรมของ เครื่องสแกนลายนิ้วมือ ว่าสามารถออกรูปแบบที่โปรแกรม Payroll สามารถนำไปใช้งานได้หรือไม่

    7. ผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่าย

    พิจารณาว่าสินค้าผลิตจากผู้ผลิตที่เชื่อถือได้หรือไม่ และ บริษัทผู้ขายได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้แทนจำหน่าย (Distributor) โดยตรงหรือไม่ ทำธุรกิจเกี่ยวกับสินค้ามานานหรือยัง ข้อนี้เป็นสิ่งยืนยันได้ว่าผู้ขายมีความพร้อมหลายๆด้าน เช่น ได้รับการอบรมจากผู้ผลิตโดยตรง การให้บริการด้วยความเชี่ยวชาญจากช่างที่มีประสบการณ์และชำนาญงาน

    8. มาตรฐานสินค้าและ มาตรฐานผู้ผลิต

    ตัวสินค้าได้ผ่านการทดสอบและได้รับการรับรองมาตรฐานจากสถาบันรับรองมาตรฐาน หรือไม่ (มาตรฐานที่ทั่วโลกให้การยอมรับ เช่น UL , FC , CE , LPS เป็นต้น) สินค้านั้นผลิตจากโรงงานที่ได้มาตรฐาน ISO9000, ISO14001 หรือไม่ เพื่อเป็นสิ่งยืนยันว่าผลิต จากโรงงานที่ได้มาตรฐาน และผ่านการตรวจสอบคุณภาพที่ดี

    9. ราคา และ การติดตั้ง

    ปัจจัยสุดท้ายที่ต้องพิจารณาก็คือราคา ซึ่งโดยปกติ ราคาของเครื่องสแกนแต่ละยี่ห้อ แต่ละประเทศผู้ผลิตจะไม่เท่ากันอยู่แล้ว โดยมีราคาตั้งแต่หลักพันจนถึงหลักหลายหมื่นบาท และ มีคุณภาพตามราคา เครื่องที่คุณภาพดีย่อมมีราคาแพง แต่การจะพิจาณาว่าจะใช้เครื่องราคาแพง หรือ ราคาถูกขึ้นอยู่กับสภาพความต้องการใช้งานของผู้ใช้มากกว่า เช่น ถ้าจำนวนพนักงานน้อยๆ สิ่งแวดล้อมสะอาด จำนวนผู้ใช้ไม่มากนัก อาจพิจารณาเครื่องที่ ราคาไม่แพงมาก และไม่จำเป็นต้องมีประสิทธิภาพสูงได้ แต่หากใช้ในระบบใหญ่ๆ จำนวนคนมากๆต้องการความเร็วและความแม่นยำสูง ก็ควรเลือกยี่ห้อที่มีราคาและคุณภาพสูงขึ้นมาเพื่อความเสถียรของระบบ และ หากใช้ในระบบรักษาความปลอดภัยที่เข้มงวดในระดับสูงสุด ก็ควรเลือกเครื่องที่ดีที่สุดถึงแม้จะมีราคาสูงมากก็ตาม ที่สำคัญเครื่องต้องได้รับการติดตั้งจากบริษัทที่ติดตั้งได้มาตรฐานสมราคา